[Fic] …Pure Sin…บาป รัก บริสุทธิ์
Pairing : Hosoo / Chunjae
Chapter : II
Rate : PG – 13
Genre : Angst , Drama , Romantic

A/N : กรุณาอ่านคำเตือนในการอ่านฟิคที่ recommended  ก่อนอ่านค่ะ 

 

 

 

 

 

ศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุค Renaissance ก็จะมี เลโอนาร์โด ดา วินชี , ไมเคิล แองเจลโล และ …. “

               

ครูผมสีดอกเลาเงยหน้าขึ้นจากตำราเล่มหน้าที่กางอยู่บนโต๊ะหน้าห้อง สายตาของครูวัยชราคนนี้จับจ้องไปยังนักเรียนหลังห้องที่นั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับก้อนเมฆและท้องฟ้าน่าสนใจกว่าเนื้อหาที่เขาสอนเป็นไหนๆ

               

เด็กหนุ่มหลังห้องรับรู้ได้ถึงเสียงกล่อมประสาทที่เงียบไปจึงหันกลับมาดูว่าอาจารย์ออกไปแล้วหรือ ทว่าพอหันไปเจอสายตาดุๆของอาจารย์เขาก็ไม่ได้มีทีท่าสลดแต่อย่างใด คุณครูที่นี่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าทำเป็นไม่สนใจเด็กไม่รักเรียนสักคนหนึ่งไปซะ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ทำอะไรเด็กนักเรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้อยู่ดี

               

เพราะที่นี่ไม่ใช่มีแต่อำนาจเงินเท่านั้น ยังมีอำนาจมืดที่คนธรรมดาไม่ควรไปข้องเกี่ยว

               

ทว่าเด็กหนุ่มหลังห้องคนนั้นเป็นบุคคลที่ไม่มีใครรู้ประวัติ ในวงการมาเฟียไม่มีลูกหลานใครที่ชื่อปาร์คยูชอนแต่อย่างไรก็ตามคนที่จะมาศึกษาที่นี่ได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างที่รู้ๆกัน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่อย่างไรก็ไม่ใช่คนที่ควรจะไปมีเรื่องด้วยอยู่ดี               

 

โทรศัพท์สีเงินบางเฉียบสั่นอยู่กระเป๋าไม่หยุด ยูชอนมองอาจารย์ที่ยังสนุกสนานกับการเขียนกระดานหน้าห้อง ทำให้เขาตัดสินใจรับโทรศัพท์หลังจากเห็นชื่อบนหน้าจอ               

 

ได้ นายไปทำวิจัย A กำลังสองของนายตามสบายเถอะ              

  

เสียงนุ่มเอ่ยแซวปลายสายที่โทรมาฝากฝังให้เขาพาคุณชายของตนกลับบ้านแทนด้วย สาเหตุที่ประวัติของยูชอนถูกปิดเป็นความลับก็เพราะเขาเป็นหนึ่งในคนของคิมอึนวูซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลลูกชายคนเดียวอยู่ในอีกมุมหนึ่ง

 

เขามีหน้าที่เดียวกับชางมิน

 

ทว่าชางมินเป็นองครักษ์ของคุณชายอย่างเปิดเผย ขณะที่เขาเป็นแค่คนที่คอยดูแลอย่างเงียบๆ จุนซูผู้ใช้ชีวิตบนโลกที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างแสงสว่างและความมืดจึงทำให้ต้องมีคนคอยดูแลทั้งสองทาง หลังจากหมดชั่วโมงยูชอนก็ตรงไปยังห้องเรียนของจุนซูที่ตั้งอยู่คนละตึกแต่มีทางเชื่อมต่อกันบริเวณชั้นสามของอาคาร แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวข้ามสะพาน เสียงเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเขาก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อน

 

รุ่นพี่คะ

 

นอกเสียจากว่าเด็กสาวคนนั้นจะมองเห็นวิญญาณก็ไม่มีใครอื่นที่อยู่บริเวณนี้เลย ยูชอนจึงต้องหันกลับไปมอง เด็กสาวหน้าหวานมัดผมเรียบร้อย ดวงตากลมโตถูกบดบังด้วยกรอบแว่นสี่เหลี่ยมทรงทันสมัย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดความอายเอาไว้

 

มีอะไรครับ

 

ยูชอนหันไปทำหน้างงๆแต่พอเห็นซองจดหมายสีชมพูที่อยู่ในมือบางนั่น เขาจึงรีบเอ่ยออกมาทันที

 

พี่มีแฟนแล้วครับ

 

ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันก็อยากให้รุ่นพี่อยู่ดี

 

ถ้าน้องเป็นแฟนพี่ น้องคงไม่อยากให้พี่รับเอาไว้ใช่ไหมล่ะครับ วันนี้พี่รีบจริงๆ ขอโทษด้วยนะ

 

ยูชอนตัดบทเพราะไม่อยากรับซองจดหมายสีชมพูนั่นเท่าไร แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขามีแฟนอะไรนั่นสักนิด สำหรับยูชอน...เขาอยากคบกับคนที่เขาเห็นแล้วรู้สึกว่า ใช่ หากถามว่าเด็กผู้หญิงคนเมื่อสักครู่ผิดอะไรไหม 

 

คำตอบคือ ผิด

 ผิดที่ ไม่ใช่                                  

 

 ทว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่กลับตกอยู่สายตาของคนที่บังเอิญผ่านมาพอดี และเด็กหญิงที่เพิ่งถูกยูชอนปฏิเสธความรักไปก็คือเหยื่อรายใหม่ของเขา ดวงตากลมมองตามชายหนุ่มที่รีบเดินไปยังอาคารของสำหรับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์            

    

บางทีที่ยุนโฮพูดมาอาจจะถูก                

แค่ทำบุญสงเคราะห์สีสันให้ชีวิตจืดชืดของใครบางคน                                 

 

ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่โต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารเรียนของเด็กสายวิทยาศาสตร์ คนร่างเล็กที่จับจองพื้นที่หายากมาตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังชางมินเอ่ยปากบอกว่าจะต้องไปช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยเพื่อเกรด A กำลังสองในความคิดของจุนซู เสียงฝีเท้าที่ฟังเพียงปราดเดียวจุนซูก็รู้ได้เป็นอย่างดีว่าเป็นฝีเท้าของใครไปไม่ได้หากไม่ใช่คนใกล้ตัว                  

และคงไม่พ้นคนที่ทำให้เขาต้องมานั่งรออยู่หลายชั่วโมงแบบนี้แน่               

 

มาช้า                

 

เสียงใสเอ่ยเมื่อเห็นร่างสูงยืนหอบอยู่ตรงหน้า มือเรียวปิดนวนิยายเรื่องเยี่ยมที่ว่างเมื่อไรเป็นต้องหยิบมาอ่านทุกครั้งไป คนตัวสูงขยี้ผมที่เซตทรงมาอย่างดีของเจ้านายจนคนถูกแกล้งต้องเบี่ยงศีรษะหลบพลางส่งสายตาไม่พอใจไปให้               

 

สมจริงหน่อยซิครับ                

 

ยูชอนกระซิบเบาๆ ในสายตาคนอื่นระหว่างเขากับจุนซูคงเป็นคู่รักที่น่าอิจฉา ทั้งๆที่เขากับจุนซูแค่แกล้งแสดงละครเท่านั้น เพราะฐานะที่จะใช้มาใกล้ชิดจุนซูได้นั้นมีไม่มาก หากตัดข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดให้กับร่างเล็กนี่ออกไป                

 

ฉันว่ามันเกินจริงมากกว่า กลับได้แล้ว เบื่อ                

 

จุนซูลุกขึ้นพลางคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวแล้วเดินนำไปตามประสาคนที่ไม่เคยเดินตามใครมาก่อน ยูชอนเองได้แต่สายหน้าเบาๆให้กับนิสัยที่แก้ไม่หายข้อนี้ของเจ้านาย มีแต่เพียงชางมินเท่านั้นล่ะมั้งที่จุนซูยอมให้เดินเคียงข้าง               

 

ยูชอนมองตามแผ่นหลังทายาทคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่พลางคิดถึงนิสัยที่แสนแปลกประหลาดของจุนซูไปด้วย ท่าทีที่ดูเหมือนคนอ่อนต่อโลกแม้ความจริงแล้วนั่นจะเป็นเรื่องจริงของไข่ในหินที่ไม่ได้มีโอกาสออกไปเผชิญโลกกว้างได้เท่านกที่มีปีกก็ตาม               

 

แต่ไข่ในหินก็เข้มแข็งพอๆกับหินสีสวยที่หุ้มเปลือกนอกนี้เอาไว้เช่นกัน               

 

แม้จะไม่วาดหวังว่าจะต้องกางปีกโผบินสู่ท้องนภาเพื่อศึกษาโลกใบนี้ให้มากกว่าที่เคยเห็น แต่ก็เตรียมพร้อมสำหรับความโหดร้ายที่เป็นหนึ่งในสัจธรรมของโลกใบนี้ไว้อย่างดี ท่าทีไว้ตัวจนนายพรานมือสมัครเล่นคงไม่คิดยุ่งกับไข่ในหินให้เสียเวลาเปล่า                

 

เมื่อมาถึงลานจอดรถสำหรับผู้ปกครองที่มารอรับเด็กนักเรียนกลับบ้าน คนขับรถของจุนซูซึ่งรู้หน้าที่ดีจึงรีบส่งกุญแจให้ยูชอน แม้ภาพที่เด็กหนุ่มลึกลับกับคุณชายที่เข้าถึงยากกลับบ้านด้วยกันจะเป็นภาพที่หาดูไม่ง่ายนักแต่ก็บ่อยพอที่คนทั่วไปจะเริ่มชินกับพฤติกรรมของสองคนแปลกคู่นี้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่นักเรียนคนอื่นเริ่มชินกับพฤติกรรมการเลือกสาวไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถของสองหนุ่มฮอตที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โรงเรียนเพิ่งสั่งพิมพ์เรื่องการเลือกกันของคู่ควงเก่ายังไม่ทันข้ามวัน

Talks ::

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ
ไม่มีอะไรมากคะ
ตอนนี้ได้โปรเจคท์ใหม่มาอีกแล้วว
อยากทำจริงๆๆ เป็น ฟิค 10 ตอนจบ ฮ่ะๆๆ

แล้วเจอกันค่ะ

edit @ 31 Aug 2008 02:21:45 by -nanaclubz-

[Fic] …Pure Sin…บาป รัก บริสุทธิ์
Pairing : Hosoo / Chunjae
Chapter : I
Rate : PG – 13
Genre : Angst , Drama , Romantic

A/N : กรุณาอ่านคำเตือนในการอ่านฟิค ก่อนที่จะอ่านฟิคเรื่องนี้ค่ะ รับไม่ได้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะคะ   เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวสมมติไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นจริงค่ะ

 

 

                 พี่ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนหรอกครับ

                 พี่มีแค่ผมก็พอแล้วนี่

                 ผมจะเป็นทุกอย่างให้พี่เอง

                 ถ้อยคำหวานซึ้งจับใจทว่าสำหรับคนฟังแล้ว มันไม่ต่างอะไรจากปราการที่ปิดกั้นอิสรภาพและโลกภายนอกเอาไว้สักนิด               

หนังสือปกแข็งเล่มหนาที่หน้าปกประดับไปด้วยข้อความที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดถูกปิดลงพร้อมเสียงลมหายใจ สายลมอ่อนๆพัดพาไอเย็นจากทะเลสาบที่อยู่บริเวณด้านหลังของโรงเรียนมัธยมสำหรับคนมีเงิน ทว่านอกจากจะมีเงินแล้วคนที่จะส่งลูกหลานเรียนที่นี่ได้ยังจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างคือ อำนาจ

 

ผืนหญ้าสีเขียวสดที่ปูรอบทะเลสาบแห่งนี้เป็นพรมเนื้อดีสำหรับเด็กชายวัยมัธยมปลาย เด็กหนุ่มผู้คุมอำนาจของธุรกิจการเงินของประเทศเอาไว้กลับหลีกหนีสงครามตัวเลขและโลกไซเบอร์ มาใช้ชีวิตในมุมสงบกับหนังสือนวนิยายเรื่องเยี่ยมที่ตนกำลังสนใจ

 

เปลือกตาบางปิดลงพร้อมกับค่อยๆผ่อนลมหายใจออกช้าๆเพื่อพักผ่อนสายตาที่ใช้อ่านหนังสือเล่มโปรดมาตลอด 3 ชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก เสียงระฆังดังบอกเวลาเข้าเรียนไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กกระวีกระวาดลุกขึ้นมาแต่อย่างใด กฎเหล็กของโรงเรียนที่ร่างเล็กๆนี่เคารพมีเพียงข้อเดียวคือ

 

..ห้ามขาดสอบ

 

เอาอีกแล้วนะครับ ทำไมพี่ขี้เกียจเรียนขนาดนี้นะ

 

เสียงบ่นพึมพำทำให้คนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทราต้องปรือตาสู้แสงสว่างเพื่อมองหน้าคนที่มาทำลายช่วงเวลาแห่งความสุข เด็กหนุ่มร่างสูงที่ย่อตัวลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับคนคิดหนีเรียน

 

ช่างเถอะน่า

 

ให้พี่คลาดสายตาไม่ได้หรอกครับ

 

เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูงจนคนที่นั่งอยู่ต้องเงยหน้ามอง มือยื่นส่งให้อีกฝ่ายใช้จับพยุงตัวขึ้นมา คนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือแต่อย่างใด เขาปล่อยให้คนตัวสูงดึงตัวเองขึ้นมาอย่างว่าง่ายแต่นี่ไม่ใช่สิ่งผิดปกติแต่อย่างใดเพราะถ้าอีกฝ่ายเป็น ชางมินแล้วล่ะก็..จุนซูมักจะเป็นแบบนี้เสมอ

 

บอกว่าจะไม่ให้คลาดสายตา แล้วเมื่อกี้ไปไหนมา

 

คนตัวเล็กเอ่ยเบาๆขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินข้ามสะพานไม้ที่เชื่อมระหว่างทะเลสาบกับบริเวณที่เป็นอาคารเรียน

 

ดร.วินเนสเรียกตัวไว้น่ะซิ เห็นว่าจะให้ไปช่วยแกทำวิจัย

 

ดร.วินเนสหรืออาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ซึ่งจุนซูไม่เคยเรียนรู้เรื่องแม้แต่น้อย ผิดกับคนตัวสูงที่เดินอยู่ข้าง รายนั้นแม้จะเป็นนักเรียนแต่จุนซูก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแอบไปทำอะไรมาหรือเปล่าถึงได้ฉลาดเกินนักเรียนม.ปลายทั่วไปแบบนี้

 

ได้ A เยอะๆ ไม่เบื่อหรือไง

 

ผมเบื่ออะไรยาก พี่ก็รู้

 

น้องชายตัวสูงเอ่ยบอกพี่ชายที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบสิบเซนติเมตร ประโยคธรรมดาบอกเล่าธรรมดาที่เปี่ยมไปด้วยความนัยของคนที่มักเอ่ยปากบอกว่า ผมจะเป็นทุกอย่างให้พี่เอง   ชางมินเป็นให้จุนซูได้ทุกอย่างตราบใดที่จุนซูต้องการให้เขาเป็น

 

ทว่าชางมินกลับไม่เคยได้เป็นมากกว่าน้องชาย

 

ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆจนเข้าใกล้เขตอาคารเรียนมาขึ้นทุกที ในที่สุดสายตาก็มองเห็นอาคารเรียนที่สร้างขึ้นตามแนวความคิดของศิลปะแบบโกธิค ความเก่าแก่ของอาคารสมกับชื่อเสียงที่สั่งสมมากว่า 90 ปี

 

  เขามุงอะไรกัน

 

                เสียงใสเอยพลางชี้ไปยังสนามบาสที่ตั้งอยู่บนทางผ่านจากทะเลสาบสู่อาคารเรียน ดวงตาเรียวเล็กมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งก้าวฝ่าฝูงชนออกมาได้แต่ยังไม่พ้นอาณาเขตของสนามบาสร่างสูงก็ถูกหญิงสาวในชุดนักเรียนม.ต้นสวมกอดไว้แน่น

 

                เหตุการณ์เดิมๆของคิมแจจุงนั่นแหละครับ

 

                ชางมินอธิบาย ไม่มีใครในโรงเรียนที่ไม่รู้จักคิมแจจุงนักรักอันดับหนึ่งจากผลการโหวตที่ชนะคู่แข่งไปอย่างขาดลอย

 

                ไม่ใช่เรื่องที่พี่ต้องสนใจหรอกครับ

 

                จุนซูเองพยักหน้าเห็นด้วย เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขาเอง ชางมินจะไม่ยอมให้จุนซูเข้าไปยุ่งเด็ดขาดด้วยเหตุผลเดิมๆ

                มันไม่จำเป็นหรอกครับ

 

                ..ใช่ ทายาทมาเฟีย

 

 

 

                ..ไม่จำเป็นต้องมีหัวใจ

 

 

 

                ..ไม่จำเป็นต้องมีใคร

 

 

                คุณสมบัติพื้นฐานของคนที่มีวาสนาได้เกิดมาในแก๊งมาเฟียที่มีพร้อมทุกอย่าง แค่ชั่ววินาทีแรกที่ลืมตาดูโลกก็มีแต่คนก้มหัวให้เป็นแถว แม้จุนซูจะต่อต้านเพียงใดแต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่พ่อและชางมินเห็นดีด้วย เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ และไม่คิดอยากจะลองดีออกนอกกรอบที่พ่อวางเอาไว้ให้เสียด้วย

 

                 อยู่อย่างปลอดภัยในกรอบบังคับที่บีบรัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก

                ดีกว่าออกไปสู่อิสรภาพแต่มิอาจหายใจได้

 

                จุนซูปรายตามองตัวละครเองในสนามบาสอีกครั้ง ชายหนุ่มก้มลงจูบเด็กสาวคนนั้นก่อนจะหันหลังให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขาแกร่งนั้นก้าวหนีหญิงสาวที่ทรุดตัวร้องไห้อย่างมั่นคง ไม่มีแม้อาการลังเลยามได้ยินเสียร่ำไห้จะเป็นจะตายของคนที่อยู่เบื้องหลัง

                 ละครฉากเดิมของคิมแจจุง

               

 

 

 

                นายนี่จะชอบทำตัวเป็น talk of the town จริงๆ

 

                เสียงทุ้มเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่กำลังสนุกสนานกับการผสมเครื่องดื่มบริเวณเคาน์เตอร์บาร์อันเป็นสถานที่ฝึกงานของนักเรียนบาร์เทนเดอร์ประจำโรงเรียน ขณะเดียวกันคนที่เอ่ยปากต่อว่าเพื่อนรักก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก เพราะพรุ่งนี้หนังสือพิมพ์ประจำโรงเรียนคงหนีไม่พ้นเรื่องข่าวที่สองคนดังพร้อมใจกันทิ้งแฟนสาวที่ควงมาได้เกือบหนึ่งอาทิตย์

 

                พูดอย่างกับนายไม่ได้ทำ

 

                เจ้าของผมสีบรอนด์เงินเอ่ยเสียงเรียบพลางส่งน้ำสีแดงแปลกๆให้กับเพื่อนรัก ก่อนจะนั่งลงบนโฃฟาเนื้อนิ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก แก้วไวน์ทรงสูงถูกมือเรียวนั้นแกว่งเบาๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปยืนชิมเครื่องดื่มสูตรพิเศษอยู่ริมหน้าต่าง ทว่าเมื่อเห็นคนตัวสูงเงียบไปแจจุงจึงเดินไปยืนข้างๆ ดวงตากลมมองหาเป้าสายตาของเพื่อนรักก่อนจะพบว่ามันหยุดอยู่ที่หนุ่มน้อยคนดังของโรงเรียน

 

                 ..ไม่ซิ ของประเทศต่างหาก

                ..ไม่มีใครไม่รู้จักลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ที่กุมชะตาเศรษฐกิจของประเทศไว้หรอก

 

                ใช้ชีวิตไร้สีสันเป็นบ้า

 

                ยุนโฮเอ่ยพลางมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะหินอ่อน ข้างๆกันมีชางมินที่นั่งจมอยู่หน้าโน้ตบุคราคาแพง แจจุงเหยียดยิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้ทันความคิดของเพื่อนรัก

 

                แล้วไง ไปยุ่งกับเด็กนั่นเดี๋ยวก็ถูกเจ้าเด็กโข่งนั่นกัดเอาหรอก

 

                ก็แค่สุนัขมีเจ้าของเท่านั้นแหละ

 

                ยุนโฮเอ่ยอย่างมั่นใจ หากในวงการธุรกิจพ่อของจุนซูของผู้มีอิทธิพลที่สุดแต่ในวงการมาเฟียคิมอึนวูก็แค่มาเฟียหน้าใหม่เท่านั้น เพราะตราบใดที่พ่อของยุนโฮยังมีชีวิตอยู่ตำแหน่งมาเฟียอันดับหนึ่งคงไม่หลุดไปอยู่ในมือคิมอึนวูง่ายๆ

 

                แจจุงเหยียดยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนรักที่แจจุงรู้ดีว่าคงเตรียมการกับเหยื่อรายใหม่นี้ไว้แล้วเรียบร้อย หากแต่ประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั่นต่างหากที่ทำให้แจจุงต้องเผลอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

                ต้องขอความช่วยเหลือจากนายหน่อยแล้ว

 

                แผนการล่อลูกเสือตัวน้อยออกจากถ้ำ ลูกเสือตัวน้อยที่ไร้พิษภัยเสียจนไม่ต่างอะไรจากลูกแมวตัวเล็กที่ไร้เขี้ยวเล็บให้ต้องระแวงว่าจะถูกทำร้ายหากคิดจะแตะต้อง

 

                เด็กนั่นมีค่าขนาดทำให้นายต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเลยหรือไง

 

                คิดซะว่าช่วยเพื่อนทำบุญแล้วกัน

 

               

 

                ก็แค่จะสร้างสีสันให้ชีวิตจืดชืดของเด็กนั่นซะหน่อย

 

                แจจุงมองคนตัวเล็กที่กำลังกลายเป็นผ้าขาวให้ยุนโฮได้แต่งแต้มสีจนพอใจ ทว่าแจจุงรู้ดีว่าสีที่ยุนโฮชอบและสนุกที่จะใช้มีไม่มากนัก

 

                สีดำ สีแห่งความมืดมิดและมิอาจจางหายในผืนผ้าสีขาวไปชั่วนิรันดร์

 

 

 

To be .............. 

Talks : เข็นตอนที่หนึ่งมาลง ฮ๋ะๆๆ สั้นไปอะไรยังไงแนนก็ไม่รู้น้า เพราะแต่งลงบล็อก ไม่ได้แต่งลงบอร์ด ถ้าลงบอร์ดความยาวจะมากกว่านี้ต่อหนึ่งตอนค่าขอบคุณเมนท์ทั้งสามมาก ฮ่ะๆๆ นึกว่าจะไม่มีใครอ่านซะแล้ว แต่ก็ไม่ว่าอะไรค่ะ อ่านไม่เมนท์แนนก็ขอบคุณมา ณ ที่นี้อ่านแล้วเมนท์ก็ขอบคุณมากๆมา ณ ที่นี้ ค่ะ

edit @ 23 Aug 2008 22:25:09 by -nanaclubz-

[Fic] …Pure Sin…บาป รัก บริสุทธิ์
Pairing : Hosoo , Chunjae feat. minsu
Chapter : Intro
Rate : PG – 13
Genre : Angst , Drama , Romantic
A/N : ไม่มีอะไรจะพูดเน้ออออ อ้อ.. เป็นอินโทรของ 3 คู่ นะคะ แต่ยังไม่บอกว่าใครคู่ไหนอะไรยังไง

 

 

 

 

ทำไมนายถึงรักฉันมากขนาดนี้  

เพราะผมเกลียดคุณ

  … “ 

รักผมซิ ผมจะได้ทิ้งคุณไปสักที  

สองมือของคนที่เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าทุกการกระทำเป็นแค่แผนการลูบไล้โครงหน้าได้รูปของเขาเบาๆ ทว่าคนฟังกลับไม่ได้รู้สึกถึงความโหดร้ายในคำพูดนั้นเลยสักนิด มีเพียงความรักเต็มเปี่ยมที่เขารู้สึกได้ มีเพียงความหวังและการรอคอยที่จะได้รับความรักจากเขาตอบกลับไปเท่านั้น หากแต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถเอ่ยปากบอกว่ารักคนๆนี้ได้เสียที เพราะทุกครั้งที่เขาอยากจะพูดแต่ความรู้สึกในอดีตกลับบอกว่าเขาไม่คู่ควรที่จะเอ่ยคำๆนั้น

 

บทสนทนาสั้นๆที่จับใจคนฟังอยู่ไม่คลายยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ 

  คุณเป็นคนแรกที่ผมอยากยิ้มให้

  ฉันโชคดีขนาดนั้นเชียว  

โชคร้ายต่างหาก  

ทำไมล่ะ  

เพราะนั่นหมายความว่าผมไม่ยอมปล่อยคุณไป               

เพราะฉะนั้นเขาในสภาพที่มิอาจพึ่งพาตัวเองได้มากนักจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคนที่ยังคงรอคอยความรักจากเขา เสียงกังวานใสที่เคยมีถูกใช้เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาลมหายใจนี้ไว้ ลมหายใจที่ใช้ประคองชีวิตหยาบช้าให้ได้มีโอกาสแก้ตัวในสิ่งที่ทำเคยทำผิดพลาดต่อคนๆหนึ่ง

บทลงโทษของคนบาปที่กล้าล้อล้อเล่นกับหัวใจ    

. 

พี่รักผมบ้างไหม

แล้วเราคิดว่ายังไงล่ะ  

รักมั้งฮะ  

นั่นซินะ ก็คงรักมั้ง             

ริมฝีปากเหยียดยิ้มราวกับจะเยาะเย้ยตนเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในห้องน้ำ บทสนทนาในสมัยที่โลกนี้ยังสวยงามอยู่ในสายตาของเขาผ่านเข้ามาในหัว คำว่ารักที่ไม่เคยได้ยินในตอนที่ยังให้โอกาสคนใจร้ายกลับกลายเป็นคำที่เขาได้ยินจนชินชายามที่อีกฝ่ายเอ่ยขอโอกาสแก้ตัว            

พระเจ้าประทานความผิดพลาดเพื่อให้มนุษย์รู้จักคำว่าขอโทษ      

โลกใบนี้สรรสร้างเวลาเพื่อให้มนุษย์รู้จักคำว่าสายเกินไป            

มนุษย์ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติย่อมสมควรทำตัวให้เป็นไปตามกลไกของมัน             

เอ่ยคำขอโทษยามทำผิดพลาดก่อนที่จะสายเกินไป 

รักฉันมันยากนักหรือไง  

รักคุณไม่ยากหรอก..

  … “ 

แต่ที่ยากคือการรักคุณอีกครั้งต่างหาก  

          

หากจะบอกว่าในตอนนี้เขาฟังคำว่ารักจนเบื่อก็คงไม่แปลก อาการหัวใจเต็นรัว ลมหายใจติดขัดยามที่ได้ฟังคำว่ารักอย่างเช่นในอดีตกลับไม่ปรากฏให้เห็น หรือเพราะในตอนนี้สายตาของเขามิอาจมองเห็นสิ่งที่สวยงามอย่างคำว่ารักได้อีกแล้ว

 

           

รัก สิ่งเดียวที่มิอาจบังคับได้ดั่งใจ     

 

 

ความรักของฉันไม่ได้มีไว้ให้นาย  

ผมก็ไม่ได้ขอความรักจากพี่นี่  

แต่.. “ 

ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเบื่อที่จะรักพี่เมื่อไร เดี๋ยวผมก็เลิกรักพี่เองนั่นแหละ            

ทุกคำที่เอ่ยออกไปมิได้หวังอะไรมากนอกจากเรียกรอยยิ้มให้กลับคืนสู่ใบหน้าหวานนั้นอีกครั้ง ถ้าจะบอกว่าเขารักคนๆนี้โดยไม่มีหวังสิ่งตอบแทนคงไม่ใช่ แต่ถ้าบอกว่าเขารักคนๆนี้โดยไม่หวังให้คนๆนี้รักตอบ นั่นก็อาจจะพอได้ เพราะรู้ว่าหวังไปก็มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่เจ็บปวด ฉะนั้นเขาจึงขอรักคนๆนี้ตามที่ใจเขาอยากรัก ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ตนเองรัก ได้ทำให้คนที่รักมีความสุข               

หากใครจะมองว่าเป็นความคิดของโง่เขาก็คงไม่ว่าอะไร            
เพราะอย่างน้อยคนโง่คนนี้ก็ไม่มีวันสูญเสียคนที่เขารัก   

มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ยอมถูกหลอกใช้  

พี่ไม่ได้หลอกใช้ผมสักหน่อย  

… “ 

พี่มองไม่เห็นความเต็มใจของผมเลยหรอครับ

...ผมเต็มใจเพราะรู้ว่าพี่ไม่เคยหลอกใช้ผม

แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป แม้นิสัยของคนที่เขารักจะแปรเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้คือคนที่เขารักไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด ความแข็งกระด้างกับหัวใจที่ดูเหมือนจะเย็นชามันก็แค่เกราะป้องกันหัวใจที่อ่อนแอเอาไว้ คนๆนั้นยังคงถูกทำร้ายด้วยคำพูดมักง่ายของใครบางคนอยู่เสมอ เพียงแต่ไม่แสดงอาการให้เห็นอย่างเมื่อก่อนเท่านั้น ฉะนั้นทุกๆอย่างที่เขาทำลงไปนั่นก็เพราะคนที่เขารักยังเป็นคนเดิม

 

 

 

edit @ 20 Aug 2008 18:54:14 by -nanaclubz-

edit @ 20 Aug 2008 19:12:54 by -nanaclubz-